วันอาทิตย์ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2552

การไม่ขับถ่ายตอนเช้ามีผลเสียอย่างไร?



ในช่วงเวลา 05.00 - 07.00น. เป็นเวลาทำงานของลำไส้ใหญ่ถ้าไม่ยอมขับถ่ายอุจจาระแล้วปล่อยเวลาเลยมาถึง 7.00 - 9.00 น.ซึ่งเป็นเวลาของกระเพาะอาหารแล้วไม่ยอมกินข้าวเช้าอีก อุจจาระจากลำไส้ใหญ่ที่ไม่ได้ขับถ่ายออกจะถูกดูดซึมกลับมาใช้อีก(น่าขยะขแยง)ในอุจจาระเก่าจะมีสารพิษต่างๆเเก๊สพิษที่เสียแล้วเกิดจากการบูดเน่าโดยอุณหภูมิของร่างกายซึ่งมีความร้อน 37 องศา เพราะฉะนั้นแก๊สพิษและของเสียจากอุจจาระเก่าจะถูกดูดซึมเข้าไปสู่กระแสแสเลือด เลือดจึงไม่สะอาด ถ้าเลือดที่ไม่สะอาดไหลเวียนไปเลี้ยงทุกส่วนของร่างกาย ไหลผ่านสมอง หัวใจ ปอด ม้าม ตับไต ผิวหนัง ก็จะได้รับแก๊ส ก่อนเที่ยงถึงบ่ายจะง่วงนอนเพราะเลือดไม่สะอาดไปเลี้ยงหัวใจ หัวใจจะอ่อนล้าไม่สดชื่น
- มีกลิ่นตัว กลิ่นปาก ก็มาจากเลือดที่ไม่สะอาดไปเลี้ยงปอด ปอดจะขับแก๊สเน่าเสียออกทางผิวหนังและลมหายใจ แก๊สยังทำให้เป็นตุ่มคันบริเวณหลอมลมทำให้ไอเป็นประจำ
- ถ้าปล่อยไว้โดยไม่ยอมขับถ่ายในช่วงเวลา 05.00 - 7.00 น.นานเข้าๆเป็นระยะเวลาหลายปีเลือดที่ไม่สะอาดไหลผ่านไปเลี้ยงสมอง และไม่ได้กินอาหารเช้าช่วงเวลา 07.00-09.00น. สมองก็จะไม่ได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์ เมื่อแก่ตัวความจำจะเสื่อมเร็ว
- ปวดเข่า เมื่อมีอายุมากขึ้น เป็นริดสีดวงทวาร

แนวทางแก้ไข

* พยายามขับถ่ายในช่วงเวลา 05.00 - 7.00น. สำหรับผู้ที่ไม่ค่อยขับถ่ายให้กินขมิ้นชันในช่วงเวลานี้เพื่อฟื้นฟูปลายประสาทลำไส้ใหญ่ และช่วยป้องกันการเป็นมะเร็งลำไส้
* ถ้าถ่ายไม่ออกให้ดื่มน้ำอุ่น 1 แก้ว , และถ้ายังไม่ออกอีกให้ใช้สูตร นมสด+โยเกริตร์+น้ำผึ้ง+มะนาว
* ควรรับประทานอาหารที่ย่อยง่าย ดูดซึมง่าย ขับถ่ายง่าย การรับประทานเนื้อสัตว์ร่างกายจะใช้เวลาในการย่อย 24 - 48 ชั่วโมงซึ่งจะใช้เวลานานกว่าการกินผักผลไม้และธัญพืช จะใช้เวลาเพียง 4-8 ชั่วโมง
การรับประทานเนื้อสัตว์ทำให้กระเพาะอาหารและลำไส้ทำงานหนัก ทำให้ลำไส้บูดเน่า ขับถ่ายยาก ริดสีดวงทวาร และปัญหามะเร็งลำไส้ตามมาจึงควรกินผักผลไม้เป็นประจำ
* ควรกินข้าวเช้าทุกวันระหว่างเวลา 7.00 - 9.00น.
ข้อมูลจาก อ.สุทธิวัสส์ คำภา

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น