วันอังคารที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

ไตรกลีเซอไรด์คืออะไร

ไตรกลีเซอไรด์คืออะไร ไตรกลีเซอไรด์จัดเป็นสารอาหารประเภทไขมัน ไขมันที่เรากินอยู่ทุกวันกว่าร้อยละ 90 เป็นไตรกลีเซอไรด์ เวลาที่เรารับประทานมันหมู มันวัว น้ำมันพืชชนิดต่าง ๆ ก็คือการรับประทานไตรกลีเซอไรด์นั่นเอง

คุณค่าทางโภชนาการของไตรกลีเซอไรด์ ไตรกลีเซอไรด์มีความสำคัญทางโภชนาการหลายประการ เป็นตัวให้พลังงาน ใน 1 กรัมจะให้พลังงาน 9 กิโลแคลอรี วิตามิน 4 ชนิด คือ เอ ดี อี เค จะดูดซึมจากลำไส้เล็กได้ก็ต้องอาศัยไตรกลีเซอไรด์ และยังช่วยให้รู้สึกอิ่มท้องอยู่นานเมื่อกินไตรกลีเซอไรด์ นอกจากนี้ร่างกายยังรู้จักเก็บสะสมไว้สำหรับให้พลังงานเมื่อมีความต้องการ

ร่างการได้ไตรกลีเซอไรด์มาจากไหน ร่างกายได้รับไตรกลีเซอไรด์อยู่ 2 ทางคือ จากอาหารที่รับประทานและจากการสร้างขึ้นเองในร่างกาย

  • จากอาหาร ไขมันในอาหารแต่ละชนิดมีจำนวนไม่เท่ากัน ถ้ารับประทานมันหมูหรือน้ำมันถั่วเหลือง ก็เท่ากับได้รับไตรกลีเซอไรด์เข้าไปล้วน ๆ ถ้าเป็นเนื้อหมูแดง ๆ ก็ยังได้แต่น้อยลงคือร้อยละ 70 ถ้าเป็นผักก็ได้น้อยคือไม่ถึงร้อยละ 1 เนื่องจากไตรกลีเซอไรด์ไม่ละลายในน้ำ ดังนั้นการขนถ่ายไตรกลีเซอไรด์ในเลือดหรือน้ำเหลือง จะทำได้โดยการรวมตัวอยู่กับโคเลสเตอรอล ฟอสโฟไลปิด และโปรตีนในสภาพที่เรียกว่า ไลโปโปรตีน ซึ่งมี 5 ชนิดคือ ไคโลไมครอน วี.แอล.ดี.แอล. ไอ.ดี.แอล. แอล.ดี.แอล. และเอช.ดี.แอล. ไลโปโปรตีนทั้ง 5 ชนิดนี้ประกอบด้วยโปรตีนและไขมัน 3 ชนิดคือ โคเลสเตอรอล ไตรกลีเซอไรด์ และฟอสโฟไลปิด ที่ลำไส้เล็กไตรกลีเซอไรด์จะถูกย่อยและดูดซึมเข้าสู่เซลล์ของเยื่อบุลำไส้เล็ก แล้วถูกขนถ่ายออกจากลำไส้เล็กไปตามหลอดน้ำเหลือง และเข้าสู่หลอดเลือดดำในที่สุด โดยอยู่ในสภาพของไคโลไมครอน ซึ่งสามารถผ่านเข้าสู่เนื้อเยื่อชนิดต่าง ๆ ทั่วร่างกายได้ ยกเว้นสมอง โดยส่วนหนึ่งจะถูกเผาผลาญเป็นพลังงานสำหรับใช้ในการประกอบกิจกรรมประจำวัน อีกส่วนหนึ่งจะถูกเก็บไว้ในเนื้อเยื่อไขมันตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย เมื่อร่างกายต้องการพลังงานก็เรียกมาใช้ได้
  • จากการสร้างขึ้นเอง ไตรกลีเซอไรด์ประกอบด้วยกลีเซอรอลและกรดไขมัน ร่างกายสามารถสร้างทั้งกลีเซอรอลและกรดไขมันได้ และรวมตัวเป็นไตรกลีเซอไรด์ ไตรกลีเซอไรด์ที่เกิดจากการสร้างขึ้นเองนี้ จะถูกขนถ่ายอยู่ในสภาพของ วี.แอล.ดี.แอล. ไอ.ดี.แอล. แอล.ดี.แอล. และเอช.ดี.แอล. ส่วนใหญ่ไตรกลีเซอไรด์ในเลือดจะถูกขนถ่ายอยู่ในสภาพของ วี.แอล.ดี.แอล. ไตรกลีเซอไรด์ที่มีอยู่ใน วี.แอล.ดี.แอล.นี้ ส่วนหนึ่งจะถูกเผาผลาญเป็นพลังงานเช่นเดียวกับไตรกลีเซอไรด์ใน ไคโลไมครอน ซี.แอล.ดี.แอล. ที่มีไตรกลีเซอรไรด์น้อยลงจะเปลี่ยนสภาพเป็น ไอ.ดี.แอล. และแอล.ดี.แอล. ในที่สุด

ไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูงมีอันตรายหรือไม่ ผลการศีกษาทราบว่าการมีไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูง สามารถคุกคามสุขภาพได้หลายประการ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่าไตรกลีเซอไรด์ที่สูงนั้นเกิดจากไคโลไมครอนหรือวี.แอล.ดี.แอล.

  • อาการปวดท้อง ผู้ที่มีไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูงจากไคโลไมครอน อายเกิดอาการปวดท้องได้ บางรายอาจรุนแรงถึงขั้นตับอ่อนอักเสบได้ แต่ต้องตรวจให้แน่ชัดเพราะอาการปวดท้องเกิดได้หลายสาเหตุ
  • ปื้นเหลืองที่ผิวหนัง ผู้ที่มีไตรกลีเซอไรด์สูงจากไคโลไมครอน จะมีปื้นเหลืองตามผิวหนังได้ ปื้นเหลืองนี้มีลักษณะพิเศษคือ เป็นเม็ดพุพองโดยตรงกลางของเม็ดพุพองมีสีเหลือง ที่ฐานมีสีแดง ปื้นเหลืองแบบนี้จะพบเมื่อมีไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูงอย่างมากแล้ว คือมากกว่า 1,000 มก./ดล.
  • ตับโตม้ามโต ในรายที่มีไตรกลีเซอไรด์สูงจากไคโลไมครอนอาจมีตับโตและม้ามโตได้
  • หลอดเลือดแดงแข็ง ถ้ามีหลอดเลือดแดงแข็งเกิดกับอวัยวะใดแล้ว จะทำให้อวัยวะนั้นได้เลือดไปเลี้ยงไม่พอ ถ้าเป็นที่หลอดเลือดไปเลี้ยงสมองก็เกิดอัมพาตได้ ถ้าเป็นที่หัวใจก็เกิดโรคหัวใจขาดเลือดได้ จากการศึกษาพบว่าไตรกลีเซอไรด์ที่มาจาก วี.แอล.ดี.แอล. เป็นตัวการสำคัญในเรื่องนี้ อนึ่งผู้ที่มีระดับไตรกลีเซอไรด์สูงในเลือดส่วนใหญ่เกิดจาก วี.แอล.ดี.แอล.

การวินิจฉัยโรค วิธีที่ดีที่สุดคือ การเจาะเลือดมาตรวจหาระดับไตรกลีเซอไรด์ ซึ่งจะบอกได้อย่างแน่นอน การเจาะเลือดตรวจหาไขมันควรตรวจพร้อมกันทั้งโคเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์ เพื่อการวางแผนลดไขมันทั้ง 2 ชนิดให้ได้ดี คนปกติควรมีไตรกลีเซอไรด์ในเลือดต่ำกว่า 200 มก./ดล. ถ้าระดับไตรกลีเซอไรด์ในเลือดอยู่ระหว่าง 200 - 500 มก./ดล. มักเกิดจาก วี.แอล.ดี.แอล. มากเพียงอย่างเดียว ถ้าสูงเกิน 1,000 มก./ดล. มักเกิดจากไคโลไมครอนสูง ถ้าอยู่ระหว่าง 500 - 1,000 มก./ดล. มักเกิดจากทั้งวี.แอล.ดี.แอล. และไคโลไมครอนสูงในเลือดสาเหตุที่ทำให้เกิดไตรกลีเซอไรด์สูงไนเลือด

  • 1. ไม่ระวังในเรื่องอาหารการกิน คนที่กินจุกินไขมันมาก กินน้ำตาลทรายหรือขนมหวานมาก ๆ ล้วนแล้วแต่มีโอกาสมีไตรกลีเซอไรด์สูงในเลือดได้มาก
  • 2. กินเหล้ามากเป็นประจำ คนที่กินเหล้ามากเป็นประจำ จะพบว่ามีไตรกลีเซอไรด์สูงในเลือดได้
  • 3. โรคอ้วน โรคอ้วนที่เกิดจากการกินจุ หรือขาดการออกกำลังกาย มักมีไตรกลีเซอไรด์สูงในเลือด
  • 4. โรคอื่น ๆ ที่พบบ่อยเห็นจะได้แก่ โรคเบาหวาน โรคไตบางชนิด
  • 5. ยา ยาหลายชนิดที่รักษาโรคอาจมีผลทำให้ระดับไตรกลีเซอไรด์สูงในเลือดได้
  • 6. ความผิดปกติทางกรรมพันธุ์ ความผิดปกติทางกรรมพันธุ์ที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมระดับไคโลไมครอนหรือวี.แอล.ดี.แอล. เป็นสาเหตุอย่างหนึ่งที่ทำให้ไตรกลีเซอไรด์สูงมากกว่าปกติได้

วิธีรักษาและป้องกัน มีหลักการดังนี้ คนที่กินจุก็ต้องรู้จักประมาณตนกินของที่มีคุณค่าทางโภชนาการ ควรงดเครื่องดื่มพวกน้ำอัดลม ขนมหวาน ของมันจัด ถ้าดื่มเหล้าจัดก็ควรลดลง การออกำลังกายอย่างสม่ำเสมอก็เป็นมาตรการที่สำคัญ ป้องกันไม่ให้มีไตรกลีเซอไรด์สูงในเลือด แถมยังป้องกันไม่ไห้เกิดโรคอ้วนได้ด้วย

สำหรับผู้ที่ปฎิบัติตนตามที่กล่าวข้างต้นแล้ว แต่ยังมีระดับไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูงอยู่ หรือปฎิบัติไม่ได้ ตลอดจนผู้ที่มีระดับไตรกลีเซอไรด์สูงในเลือดจากความผิดปกติทางกรรมพันธุ์ จำเป็นต้องได้รับการบำบัดด้วยยาลดไตรกลีเซอไรด์จากแพทย์

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น