หน้าที่ของถุงน้ำดี
ในถุงน้ำดี (Gall Bladder) จะมีน้ำดี (BILE) ซึ่งถูกขับออกมาจากตับ
น้ำดี ที่ถูกขับออกมาจากตับโดยตรงนั้น จะเป็นน้ำดีซึ่งยังใสอยู่ ขับออกมาแล้วเอาไปพักไว้ที่ถุงน้ำดีก่อน เมื่อน้ำดีสะสมมากขึ้น ๆ ในถุงน้ำดี จนเมื่อถึงเวลาที่อาหารตกถึงท้อง และ ลำไส้แล้ว น้ำดีก็จะถูกขับออกไปช่วยในการย่อยไขมัน
หน้าตาของถุงน้ำดี

ถุงน้ำดี (Gall Bladder) อยู่ติดกับตับ (Liver)

อาหารที่เป็นศัตรูร้ายของถุงน้ำดีคือ
น้ำมันพืช

เพราะ น้ำมันพืชจะไม่ละลายในน้ำ เมื่อทานอาหารผัดน้ำมัน น้ำมันจะเข้าไปเคลือบกระเพาะสำไส้ ทำให้น้ำที่ดื่มเข้าไป ไม่สามารถแทรกน้ำมันเข้าไปให้ร่างกายดูดซึมได้ จะมีผลให้
1. ถุงน้ำดีข้น เพราะไม่สามารถดูดซึมน้ำเข้าไปเจือจาง เมื่อข้นมาก ๆ ก็จะจับตัวเป็นนิ่วในถุงน้ำดี
ถุง น้ำดีมีผลต่อระบบหมุนเวียนเลือด ถุงน้ำดีข้น ทำให้เลือดไหลขึ้นไปเลี้ยงสมองส่วนหน้าน้อย เกิดอาการเวียนหัว ผมร่วง ไมเกรน ตาต้อ ฝ้า ปวดตามแนวหลัง สะโพก ขาด้านหลัง น่อง และอื่น ๆ
เส้นเลือดที่ถูกกระทบเพราะถุงน้ำดีข้น (ตา หู คอ จมูก ใบหน้า)

2. ร่างกายไม่สามารถดูดซึมวิตามินที่ละลายในน้ำได้ คือ วิตามินบี และ ซี
ขาดวิตามินบี ทำให้สมองไม่สดใส ควบคุมอารมณ์ยาก โมโหหงุดหงิดง่าย และ มีอาการอื่น ๆตามมา
ขาดวิตามินซีทำให้เกิดการติดเชื้อง่าย เป็นหวัดง่ายหายยาก
อาการ ที่น้ำมันพืชไปเคลือบลำไส้ จนดูดซึมน้ำไม่ได้นี้ แพทย์แผนจีนเรียกว่า "ระบบดูดซึมเสีย" ผลกระทบคือ เมื่อทานน้ำเข้าไป 100% แทนที่น้ำจะพาวิตามินบี และ ซี และถูกอวัยวะภายในดูดซึมไปใช้ แล้วเหลือผ่านมา30-40% แล้วไตก็ค่อยนำไปทิ้งเป็นปัสสาวะ กลับทำให้ ทานน้ำ 100% ร่างกายดูดซึมไม่ได้เลย ไตก็ทำงานหนักนำน้ำ 100% พร้อมวิตามินบี และ ซี ไปทิ้งเป็นปัสสาวะ ภาวะต่อมาคือภาวะไตอักเสบ ต้องล้างไต หรือ ไตวาย
คนที่ระบบดูดซึมเสีย จึงทานน้ำแล้วฉี่เร็ว และ บ่อย
วิธีแก้ภาวะระบบดูดซึมเสีย คือ
1. หลีกเลี่ยงอาหารที่มีน้ำมันพืช
2. ล้างระบบดูดซึม มีหลายวิธี เช่น สูตรนมสดโยเกิร์ตน้ำผึ้งมะนาว, ชามะละกอ, ดื่มปัสสาวะ หรือ ไวทาไล๊ท์
วิธีทำชามะละกอ
มะละกอ ดิบ ที่ใช้ตำส้มตำ นำมาหั่นเป็นชิ้นเหมือนชิ้นฟัก ประมาณ 6-8 ชิ้นต่อน้ำ 2-3 ลิตร จะขาดจะเกิน ไม่ผิด (ถ้าใส่มากเกินไปจะทำให้บูดง่าย มะละกอดิบที่เหลือ ใส่ตู้เย็นเก็บไว้ใช้ได้ในครั้งต่อไป) และ ใบเตย หรือ เก๊กฮวย อย่างใดอย่างนึง กะเอาเอง ต้มในน้ำ จนเดือด
พอเดือดได้ประมาณ 1 นาทีให้ปิดไฟทันที อย่าต้มต่อ เอามะละกอ กับ ใบเตยทิ้ง (อย่าปล่อยให้มะละกอเดือดจนเละ)
ใส่ใบชา ลงไปแช่ประมาณ 4 นาที ห้ามแช่นานกว่า 4 นาทีเพราะสารแทนนินจะออกมา ทำให้ท้องผูก แล้วตักใบชาทิ้ง
จะ ได้น้ำชามะละกอ ดื่มร้อน หรือ เย็นได้ น้ำชาที่เหลือให้แช่ตู้เย็น เก็บไว้ได้ประมาณ 2 วัน เกินกว่านั้นจะบูด (ยางมะละกอล้างไขมัน, ใบเตยให้ความสดชื่น, ชาดับกลิ่นมะละกอ)
หากไม่ใส่ใบเตย หรือ เก๊กฮวย ดื่มแล้วก็อาจจะอ่อนเพลีย เพราะยางมะละกอเข้าไปล้างอย่างเดียว ไม่ได้เพิ่มสารอาหารชนิดอื่น แต่ใบเตย หรือ เก๊กฮวย จะทำให้สดชื่น
คน ที่ได้รับการพยากรณ์ด้วยลูกดิ่งเพนดูลั่ม แล้วพบว่าถุงน้ำดีข้นเกิน 70% ขึ้นไป ขอให้รู้ว่าท่านกำลังจะเป็นนิ่ว การดื่มชามะละกอจะไม่ทันการ เพราะในแต่ละวัน ท่านยังจำเป็นต้องทานน้ำมันพืชเพิ่มไปอีกทุกวัน ท่านควรจัดการด้วยไวทาไล๊ท์ก่อนเพื่อล้างไขมันสะสม แล้วเมื่อพ้นขีดอันตราย ท่านค่อยดื่มชามะละกอเป็นประจำทุกวัน เพื่อล้างไขมันในแต่ละวัน
้คน ที่ได้รับการพยากรณ์ด้วยลูกดิ่งเพนดูลั่ม แล้วพบว่าถุงน้ำดีข้นเกิน 40% ขึ้นไปแต่ไม่เกิน 70% ควรดื่มน้ำชามะละกอวันละ 1 ลิตร (ทยอยดื่มหลาย ๆ ครั้ง ไม่จำเป็นต้องครั้งเดียวหมด) ติดต่อกัน 7 วันขึ้นไป จึงจะทำให้ถุงน้ำดีเป็นปกติ
ส่วนคนที่ถุงน้ำดีข้นไม่เกิน 40% ดื่มชามะละกอวันละ 1 ลิตร ประมาณ 7 วัน ก็จะหาย
คนปกติ ควรดื่มชามะละกอ 1-2 แก้วทุกครั้ง หลังจากทานอาหารผัดน้ำมัน
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น