
ไรฝุ่นชอบอยู่ในที่อากาศเย็นๆ ชื้นๆ นักวิทยาศาสตร์ได้มีการศึกษาพฤติกรรมของไรฝุ่นพบว่า การที่เราอยู่บนเตียงนานขึ้น เป็นวิธีหนึ่งที่ดีที่จะทำให้ที่นอนของคุณปราศจากไรฝุ่น
ไรฝุ่นที่อาศัยอยู่ตามบ้านเรานั้น มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Dermatophagoides pteronyssinus ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของโรคหอบหืด และอาการแพ้ต่างๆ ที่มีอัตราเพิ่มขึ้นทั่วโลก คนเรามักมีปฏิกิริยาแพ้ต่อโปรตีนและมูลของไรฝุ่น และเพราะว่ามันกินสะเก็ดผิวหนังของมนุษย์เป็นอาหาร จึงทำให้เราต้องแบ่งที่นอนให้กับมันด้วย
“แนวคิดในการศึกษานี้คือ ดูว่าไรฝุ่นมีการเลื่อนที่อย่างไร อุณหภูมิและความชื้นมีผลต่อพวกมันอย่างไร” Marcella Ucci จาก University Collage London กล่าว นักวิทยาศาสตร์หวังว่างานวิจัยของพวกเขาจะช่วยให้เรารับมือกับสัตว์ที่มี ความยาวน้อยกว่า 1 มิลลิเมตรนี้ได้
Toby Wilkinson เพื่อนร่วมงานของ Ucci ที่เป็นที่ปรึกษาให้กับ Insect Research and Development บริษัทใน Hertfordshire กล่าวว่า “มีสารเคมีที่ใช้ฉีดเพื่อฆ่าไรฝุ่น แต่ไรฝุ่นก็สามารถวิวัฒนาการให้มีความทนทานต่อสารเคมีเหล่านั้นได้อย่างรวด เร็ว และเราก็คงไม่ต้องการที่จะฉีดยาฆ่าแมลงลงบนเตียงของเราด้วย”
นักวิจัยทำการศึกษาโดยทำเป็นเหมือนลู่วิ่งสำหรับไรฝุ่น ที่ปลายลู่วิ่งด้านหนึ่งถูกทำให้อุ่นโดยน้ำร้อน ขณะที่อีกด้านหนึ่งเย็น ทำให้เกิดอุณหภูมิและความชื้นที่ไล่ระดับกันไปตามทางนั้น นักวิจัยพบว่าไรฝุ่นหนีจากปลายด้านที่ร้อนและแห้งไปยังปลายด้านที่เย็นและ ชื้นกว่า
Wilkinson อธิบายว่า ไรไม่สามารถกินน้ำได้เหมือนคนเรา ดังนั้นมันจะต้องดูดซึมน้ำจากอากาศรอบๆ ตัวทางต่อมบนผิวหนังของมัน มันไม่สามารถมีชีวิตอยู่ได้ในที่ที่มีความชื้นต่ำกว่า 50% เพราะว่ามันจะได้รับน้ำจากอากาศรอบๆ ตัวไม่เพียงพอ
น้ำในอากาศที่มีเพิ่มมากขึ้นเนื่องจากการใช้ฝักบัวของเรา ทำให้ความชื้นในบ้านเพิ่มขึ้นอย่างเพียงพอที่จะทำให้ไรฝุ่นมีชีวิตอยู่ได้ เราควรเปิดหน้าต่างหรือใช้พัดลมดูดอากาศหลังจากอาบน้ำเสร็จ
นักวิจัยยังชี้ว่า การคลุมเตียงทิ้งไว้ด้วยผ้าคลุมเตียงระหว่างวัน ทำให้มีความแตกต่างอย่างเห็นได้ขัด เพราะว่ามันจะเป็นตัวเก็บความชื้นไว้ในผ้าปูเตียงและที่นอน จะเป็นการดีถ้าเอาผ้าคลุมเตียงออก
การอยู่บนเตียงนานๆ ทำให้ที่นอนมีอุณหภูมิสูงขึ้น ซึ่งไรฝุ่นไม่ชอบ แม้ว่าความชื้นส่วนเกินจะถูกสร้างมาจากร่างกายของเราขณะนอน การที่อุณหภูมิในห้องนอนเพิ่มขึ้นจาก 16 ไปเป็น 18 องศาเซลเซียส จะสามารถลดจำนวนไรฝุ่นลงสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนไปก็มีอิทธิพลด้วย ทีมวิจัยคำนวณว่า เตียงในลอนดอนจะมีไรฝุ่นมากขึ้นถึง 80 เท่า ในปี 2050 ถ้าโลกร้อนขึ้น ระดับความชื้นในอากาศเพิ่มขึ้นตามที่คาดการณ์ไว้
นักวิจัยได้วางตัวเซนเซอร์เพี่อวัดอุณหภูมิและความชื้นไว้บนเตียงของ 36 บ้าน ทั่วประเทศอังกฤษ “ผู้คนมักคิดว่าเตียงเป็นที่ที่มีสภาพเหมือนกันหมดทั่วทั้งเตียง แต่จริงๆ แล้วมันมีความแตกต่างที่หลากหลายมาก” Wilkinson กล่าว พวกเขาพบว่า บนเตียงเดี่ยวที่มีสภาพเหมาะสม 1 เตียง สามารถมีไรฝุ่นอยู่ได้ถึง 1.5 ล้ายตัวเลยทีเดียว

สำหรับ สารก่อภูมิแพ้ของไรฝุ่น มักอยู่ในรูปของมูลและคราบของไรฝุ่นที่มีน้ำหนักเบา สามารถลอยปะปนในอากาศและสูดดมเข้าไปได้ โดยองค์การอนามัยโลกได้กำหนดระดับสารก่อภูมิแพ้ไว้ที่ 2 ไมโครกรัม/ฝุ่น 1 กรัม หรือไรฝุ่น 100 -500 ตัว/ฝุ่น 1 กรัม เป็นระดับมาตรฐานที่สามารถกระตุ้นให้เกิดอาการหืดหอบในผู้ป่วยภูมิแพ้ได้
ไรฝุ่นหรือไรฝุ่นบ้าน เป็นภัยใกล้ตัวที่ทำให้เกิดโรคภูมิแพ้แก่ผู้อยู่อาศัยในที่ที่มีไรฝุ่นได้ โดยผู้ที่ได้รับผลจากไรฝุ่นจะมีอาการแสดงออกมาเช่น เยื่อจมูกอักเสบ ผิวหนังอักเสบ และอาการของโรคหอบหืด ปัจจุบันคนไทยป่วยเป็นโรคภูมิแพ้ไรฝุ่นแล้วประมาณ 10 ล้านคน ทำให้สูญเสียรายได้ไปกับการรักษาตัวไม่ต่ำกว่า 3,000 ล้านบาท/ปี

ไร ฝุ่นทั่วไปจะมีขนาดเล็กมาก เพียง 0.3 มิลลิเมตร ซึ่งเล็กมากจนมองด้วยตาเปล่าแทบไม่เห็น หรืออาจเห็นเป็นเพียงจุดสีขาวๆ ไรฝุ่นมีหลายพันธุ์ เกือบ 20 ชนิด แต่สายพันธุ์ที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าเป็นตัวการที่ทำให้เกิดโรคภูมิแพ้มี 2 ชนิด ซึ่งทั้ง 2 ชนิดนี้ เป็นชนิดที่พบได้ทั้งในต่างประเทศและในประเทศไทย ไรฝุ่นในประเทศไทยแทบทั้ง 100% พบได้ที่เตียงนอน หมอน ผ้าห่ม และเฟอร์นิเจอร์ที่ทำจากเส้นใยอย่างโซฟาและพรมปูพื้น ดังนั้นจึงยากที่เราจะหลีกเลี่ยงไรฝุ่นในชีวิตประจำวันได้ ไรฝุ่น เป็นสัตว์ “ขาข้อ” มีทั้งหมด 8 ขา จัดอยู่ในกลุ่มเดียวกับแมงมุม ตัวหิด เห็บ ไม่ใช่แมลง
เช่น น้ำมะเฟือง , มะม่วงสุก ,น้ำมะพร้าวอ่อน, ลูกตะลิงปลิง,มะม่วงกวน เพื่อเพิ่มฮอร์โมนแอสโตรเจน
ไรฝุ่นชอบอาศัยอยู่ในรูขุมขนตามใบหน้า ที่หลัง หรือในรูหู คนที่เป็นสิวเยอะๆแล้วไม่หายให้ดูว่าอาจจะมีไรฝุ่นเข้าไปอยู่ในรูสิวมันทำรังกันเป็นครอบครัวแถมเจาะรูถึงกันมันไม่กลัวโฟมล้างหน้าการที่จะไล่มันต้องใช้โลชั่นมะเฟืองทาที่ใบหน้าควบคู่กับการกินอาหารที่มีฮอร์โมนแอสโตรเจนเพราะมันอาจอยู่ในหลอดลมและปอดของคนเราการกินขมิ้นชันก็ช่วยได้เราต้องขับไล่มันทุกวิถีทาง
อย่างเช่นถ้าเรารู้สึกคันในรูหูบ่อยๆให้สงสัยไว้เลยว่ามีไรฝุ่น ให้ใช้โลชั่นมะเฟืองชุบสำลีทาบริเวณรูหูมันจะไม่ชอบและหนีไป แต่นิสัยพวกมันก่อนจะไปมันจะขี้เยี่ยวรดใส่ให้เราเป็นผื่นแสบก่อนหนีไป
ในบางรายอยู่ำๆก็เป็นผื่นตามผิวหนังโดยไม่ทราบสาเหตุก็อาจจะมาจากไรฝุ่นได้เพราะฉะนั้นกันไว้ดีกว่าแก้ ใครพอมีเวลาอยากทำโลชั่นมะเฟืองไว้ใช้เองลองทำดูนะครับ
ขั้นแรก....เตรียมผลมะเฟืองแก่จนถึงสุก 3 กิโลกรัม
หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ.....เห็นรูปดาวห้าแฉกไหมคะ นี่คือที่มาของชื่อ Star fruit
ใส่ลงในถังหมัก (ต้องมีฝาที่ปิดได้สนิท)
เติมน้ำตาลทราย 1 กิโลกรัม (ใช้น้ำตาลทรายขาวจะได้น้ำหมักมะเฟืองใสแจ๋ว..น่าใช้) แล้วเติมน้ำสะอาดประมาณ 10 ลิตร (กิโลกรัม)
ปิดฝาทิ้งไว้ในที่ร่ม ประมาณ 3 เดือน กรองน้ำหมักชีวภาพมะเฟืองไปใช้ได้ แต่จะให้มีประสิทธิภาพสูงสุดต้องหมักให้ได้นานเกินกว่า 1 ปีค่ะ
แต่ ก่อนจะนำน้ำหมักชีวภาพมะเฟืองไปใช้เป็นโลชั่นบำรุงผิวหรือเช็ดหน้า ควรนำไปเจือจางด้วยน้ำสะอาดให้เหมาะสมกับผิวหน้าของท่านก่อนนะคะ (ประมาณ 1:10) เพราะว่าน้ำหมักมะเฟืองเข้มข้น จะมีค่าความเป็นกรดสูงมาก (pH ประมาณ 2-3)
เท่านี้เราก็ได้โลชั่นมะเฟืองไว้ใช้เองแล้ว
ที่มา หนังสือกินเป็นลืมป่วย
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น