วันอังคารที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2552

ลำไส้อักเสบ+มะเร็งลำไส้ใหญ่

ลำไส้อักเสบ และเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ และปัญหาที่หนักหน่วงที่สุดคือปัญหาท้องผูกในอเมริกาประเทศเดียวมีตัวเลขยืนยันได้ว่า มีคนอเมริกันถึง 70 ล้านคนที่เป็นโรคท้องผูก คน จำนวนนี้มีอาการมากขนาดต้องไปหาหมอแล้วที่ท้องผูกและกินยาระบายเองอยู่กับ บ้านจะต้องมีมากกว่านี้แน่ นี่คือผลพวงจากการกินแป้งขัดขาว กินเนื้อ นม ไข่ ช็อคโกแลต และกินสารเส้นใยน้อย

ลำไส้ใหญ่ส่วนนี้ แสดงภาพตัดขวาง
จะเห็นว่าผนังลำไส้ใหญ่มี ตะกรันอุจจาระพอกพูนอยู่หนา ซึ่งคาดว่ามีบริเวณนี้มีการสะสมอุจจาระกว่า 20 ปี ตรงกลางมีรูปเล็ก ๆ ในอุจจาระผ่าน จากประวัติเจ้าของลำไส้ภาพนี้ไม่เคยมีประวัติท้องผูก
จึง มีพยาธิแพทย์ชาวอเมริกัน ซึ่งทำหน้าที่ในการชันสูตรศพ รวบรวมลักษณะลำไส้ใหญ่เพื่อทำการศึกษา เขาพบว่าลำไส้ใหญ่ของคนจำนวนหนึ่งโป่งพองผิดรูปร่างของลำไส้ใหญ่อย่างที่มัน ควรจะเป็น เมื่อผ่าเข้าไปดู ภายในปรากฏตะกรันของกากอาหารเกาะอยู่อย่างเหนียวหนับราวกับเนื้อยางมะตอย เจ้าก้อนอุจจาระเก่าเก็บมันไปกักตัวคั่งค้างอยู่ก็เลยทำให้ลำไส้ใหญ่มีลักษณะน่าเกลียด น่ากลัว

ส่วนลำไส้ใหญ่ของบางคนที่ดูภายนอก ปกติดีก็ใช่ว่าจะเป็น "ปกติ" เพราะเมื่อผ่าดูภายในก็ปรากฏคราบตะกรันของอุจจาระเก่าฉาบอยู่หนา บางคนลำไส้ใหญ่มีแค่รูกลวงตรงกลางเล็กๆ พอให้อุจจาระเล็กๆ พอให้อุจาระใหม่ผ่านไปได้เท่านั้น เมื่อไปทบทวนสุขภาพของเจ้าตัวปรากฏว่ามีจำนวนไม่น้อยที่ไม่ปรากฏอาการท้องผูกเลย

ประสบการณ์ของพยาธิแพทย์กลุ่มนี้บอกเราว่า อาการ ท้องผูกไม่ใช่ปัญหาอย่างเดียวของลำไส้ ของเสียที่คั่งค้างอยู่ในลำไส้จะเป็นบ่อเกิดของสารพิษที่ทำให้สุขภาพเสื่อม ลง เริ่มตั้งแต่ง่ายๆ อย่างเป็นสิว มีแผลในปาก ผิวพรรณไม่ผ่องใส กระทั่งเป็นสาเหตุของโรคมะเร็ง


ลำไส้ใหญ่น่าเกลียดกับแบคทีเรียตัวร้าย

เรารู้กันว่าลำไส้เล็กมีหน้าที่ดูด ซับสารอาหารที่ร่างกายต้องการออกจากอาหารที่เรากินเข้าไป เมื่ออาหารผ่านเลยลำไส้เล็กไปก็จะเหลือเพียงกากอาหารที่ร่างกายไม่ต้องการ แล้ว ลำไส้ใหญ่รับเอากากอาหารที่มีน้ำอยู่เป็นจำนวนมากมาจากลำไส้เล็ก

หน้าที่ของลำไส้ใหญ่ก็คือดูดเอาน้ำออก น้ำซึ่งเคยเป็นตัวพาเอากากอาหารเคลื่อนมาไกลตามความยาวของลำไส้เล็กกว่า 22 ฟุต เมื่อกากอาหารถูกดูดเอาน้ำออกมันก็จะเกาะกันเป็นก้อนและถูกขับออกนอกร่างกาย เป็นอุจจาระลำไส้ใหญ่ของเรายาว 5 ฟุตมีลักษณะเป็นรูปตัวยูคว่ำ โดยลำไส้ใหญ่จะต่อกับลำไส้เล็กตรงตำแหน่งของไส้ติ่ง แล้ววางตั้งขึ้นไปในช่องท้องจน กระทั่งถึงตำแหน่งของตับแล้วมันจะทอดตัวตามขวางวางอยู่ในช่องท้องส่วนหน้า

โดยวางอยู่ใต้กระเพาะอาหาร เมื่อไปถึงตำแหน่งม้าม ลำไส้ใหญ่ก็จะเลี้ยวลงไปหาช่องท้องน้อย ในช่องท้องน้อยลำไส้ใหญ่จะอยู่ในลักษณะงอโค้งแล้วกลายเป็นลำไส้ตรงเมื่อถึง ทวารหนัก แน่นอนสุดทวารหนักเป็นกล้ามเนื้อหูรูดอันแข็งแรงคอยกักกันอุจจาระเอาไว้ไม่ ให้หลุดล่วงออกไปให้เจ้าตัวขายหน้า


ลำไส้ใหญ่มีลักษณะเป็นกระเปาะไปเกือบตลอดทั้งอัน ยกเว้นในลำไส้ตรงเท่านั้นมีผนังเรียบ ความ ที่ผนังของลำไส้ใหญ่โป่งออกเป็นกระเปาะ ทำให้อุจจาระเข้าไปเก็บกักสะสมอยู่ในนั้นได้มาก ตะกรันยางมะตอยที่กล่าวถึงก็ฉาบผนังตรงนี้เอาไว้

ในเมื่อผนังของมันป่องออกเป็นกระเปาะก็เข้าได้ไม่ยากว่าทำไมบางคนมีอุจจาระคั่งค้างอยู่ในลำไส้ใหญ่ได้ ทั้งๆ ที่ไม่เคยมีประวัติท้องผูก


แต่ลำไส้ใหญ่รูปร่างผิดปกติก็มีเหมือนกัน ดังเช่นลำไส้ของผู้หญิงอเมริกันคนหนึ่งที่มีอายุเพียง 36 ปี ไม่กินสารเส้นใยเลย เธอมีลำไส้ใหญ่ที่หน้าตาน่าเกลียด ดังรูป รูปนี้เป็นรูปจากภาพเอกซ์เรย์ลำไส้ของเธอ (รูปลำไส้น่าเกลียด)


แสดง ลำไส้ใหญ่ นพ.ฮาวีย์ ดับบลิว เคลล็อก เคยกล่าวว่า จากจำนวนคนไข้ 22,000 คนที่เขาผ่าตัด เขาพบว่าไม่มีรายไหนเลยที่จะมีลำไส้ใหญ่สมบูรณ์สวยงามเช่นนี้ จากตัวเลขนี้ เคลล็อก คาดว่ามีคนอเมริกันเพียง 6% เท่านั้นที่ลำไส้ใหญ่จะมีสุขภาพดี

ลำไส้ใหญ่ของผู้หญิงอเมริกันคนหนึ่ง อายุ 36 ปี วาดจากภาพเอกซ์เรย์แสดงลำไส้ใหญ่ที่โป่งพอกคดงอ และมีการบิดตัวที่ผิดปกติ

ลำไส้ใหญ่ส่วนนี้ แสดงภาพตัดขวาง จะเห็นว่าผนังลำไส้ใหญ่มีตะกรันอุจจาระพอกพูนอยู่หนา ซึ่งคาดว่ามีบริเวณนี้มีการสะสมอุจจาระกว่า 20 ปี ตรงกลางมีรูปเล็ก ๆ ในอุจจาระผ่าน จากประวัติเจ้าของลำไส้ภาพนี้ไม่เคยมีประวัติท้องผูก

จากการรวบรวมลักษณะของ ลำไส้ใหญ่ที่ผิดปกติไป พยาธิแพทย์ ชาวอเมริกันพบว่าลำไส้ใหญ่มีความผิดปกติ ทั้งหย่อนยานคดงอ บิดตัวโป่งพอง จนเทียบไม่ได้กับลำไส้ใหญ่ตามปกติ จากที่รวบรวมไว้ความผิดปกติของลำไส้ใหญ่ของชาวตะวันตก มีได้ 6 แบบด้วยกัน ดังรูปที่แสดงไว้ ซึ่งเป็นรูปที่ได้จากการใช้แป้งทึบแสงสวนทวารหนักและถ่ายเอกซ์เรย์ออกมา








ภาพ วาดจากเอกซ์เรย์สวนสารทึบแสง ทั้งหมดนี้เป็นลำไส้ของคนตะวันตก ผู้ "กินอยู่ดี" จะเห็นว่าลำไส้ใหญ่ลีบเล็ก ตีบ หย่อนยาน คดงอ และบิดตัว

เดิมทีความรู้เกี่ยวกับลำไส้ใหญ่ของเรามี เพียงว่า มันทำหน้าที่ดูดน้ำกลับไปให้ร่างกายใช้ เราจึงละเลยอวัยวะส่วนนี้ของร่างกายเป็นที่สุดโดยคิดว่ามันแค่เป็นทางผ่าน ของของเสียที่ร่างกายรอจะขับออกทิ้ง แต่เมื่อรู้มากขึ้นว่า ลำไส้ใหญ่มีแบคทีเรียตัวร้ายอย่างอีโคไล (E.coli)คอยย่อยสลายเนื้อสัตว์ที่เรากินเหลือให้กลายเป็นสารอินดอล หรือโปตัสเซียม อินดอกซิลซัลเฟต และสกาทอลซึ่งเป็นสารก่อมะเร็ง สารที่ว่านี้เมื่อเกิดขึ้นจะมีกลิ่นเหม็นแบบกลิ่นผายลม หรือกลิ่นอุจจาระของคนที่กินเนื้อสัตว์มากๆ

ดังนั้น ใครมีกลิ่นลมเหม็นหรืออุจจาระเหม็นให้รู้ไว้ว่ากำลังมี เจ้าสารก่อมะเร็งเกิดขึ้นในตัวคุณเอง ยิ่งเหม็นมากยิ่งมีมาก เมื่อเป็นเช่นนี้ วงการแพทย์ก็ตื่นตัวกันขนานใหญ่ โดยเฉพาะในซีกอเมริกา เพราะคนอเมริกันได้ชื่อว่าเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่มากที่สุดในโลก


ถึงตอนนี้เราก็ตระหนักว่าลำไส้ใหญ่ไม่ใช่ท่อพลาสติกเสียแล้ว แต่สารพิษเหล่านี้เป็นสาเหตุของมะเร็งลำไส้ใหญ่ แต่ยังเกี่ยวข้องกับการเกิดมะเร็งเต้านมอีกด้วยอาการ ท้องผูกจึงไม่ใช่เรื่องปกติธรรมดาหรือเรื่องเล่นๆ อีกแล้ว หันมากินผักที่มีเส้นใย และลดปริมาณการทานเนื้อสัตว์ให้น้อยลง เพื่อลดอาการหมักบูดและตกค้างของสารเคมีที่มีอยู่ในเนื้อสัตว์ ช่วยแก้อาการท้องผูกเสียแต่วันนั้น ก่อนมันจะสายเกินแก้

ลำไส้ดีท๊อกส์แล้ว

ลำไส้ยังไม่ดีท๊อกส์

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น