วันศุกร์ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2552

ตับ


ตับ

หน้าที่หลักของตับ ผลิตน้ำดีให้ถุงน้ำดี ช่วยกรองเลือด ส่งเลือดดีเข้าสู่ร่างกาย และส่งเลือดไปที่ไต ล้างสารพิษ และตับยังช่วยย่อย อาหาร ดูแลเส้นผม ขน เล็บ ถ้าตับทำงานหนัก ไตก็มาช่วยทำงาน เมื่อทำงานหนัก ตับก็จะเสีย ไตก็จะเสื่อม

ตับทำงานหนัก เพราะกินบ่อย กินผิดเวลา คือมื้อที่ตับรอย่อย อาหาร เช่น อาหารมื้อเช้า เราไม่ได้กินอาหารมื้อเข้า ระหว่าง 07.00-09.00 น. แต่ไปกินอาหารเวลาที่ตับเลิกทำงานแล้ว คือหลังจากเวลา 09.00น. ตับจะย่อยผิดเวลา กลายเป็นว่า ตับต้องทำงานหนัก หรือกินจุบจิบทั้งวัน และการกินอาหารหนักแล้วเข้านอน

โดยเฉพาะเวลา 01.00-03.00 น. ร่างกาย ต้องนอนหลับสนิท และป็นเวลาของตับที่จะต้องขับสารพิษออกจากร่างกาย ก็ไม่ควรกินอาหารในเวลานี้ ถ้าจะกินก็ควรจะให้เลย 03.00 น ไปแล้ว

ถึงแม้ไม่ได้กินอะไรจุบจิบ ตับก็ต้องรองนับอารมณ์โกรธ โมโห อิจฉา หรือเครียดเมื่อมีอารมณ์เหล่านี้ เซลล์ในตับก็จะตายไปเป็นจำนวนมาก ทำให้ตับเสื่อมเร็วขึ้น

เพิ่มภาระให้ตับคือ การโกรกสีผม ทาเล็บ ใช้ยาสระผม ทาปาก ด้ายเครื่องสำอางที่มีสารเคมีเจือปนอยู่ สารเคมีจะส่งไปถึงตับโดยตรงแล้วสะสมอยู่เป็นเวลานาน พอตับมีปัญหาร ขอบใต้ตาจะดำ อาหารก็ไม่ค่อยย่อย ท้องจะอืด ลมแน่นท้อง เลือดไม่ไปเลี้ยงกระดูกเชิงกราน มดลูกเริ่มโต เจ็บตึงที่ส้นเท้า ผู้ชายก็เป็นต่อมลูกหมากโตได้เหมือนกัน

วิธีล้างสารพิษในตับ

- กินเห็ดสามอย่างขึ้นไปปรุงอาหาร ห้ามผัดน้ำมัน แต่ใช้กะทิแทนน้ำมัน จะได้ประโยชน์มากกว่า (ต้มเห็ดแล้วกินแต่น้ำก็ได้)

- กินขมิ้นชันก่อนนอน (ไม่จำกัดจำนวน) เพื่อขับไขมันในตับ

การดูแลตับให้แข็งแรง จะช่วยให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น

งดใช้เครื่องสำอางที่มีสารเคมีกับใบหน้า งดใช้ยาสระผมที่มีสารเคมีกับหนังศรีษะ เพราะสารเคมีจะเข้าไปถึงตับได้โดยตรง โดยซึมผ่านเข้าทางเส้นเลือดฝอย

ผงชูรส หรือโมโนโซเดียมกลูตาเมท จะตกค้างในตับ ทำร้ายตับโดยตรง และทำให้เลือดหนืด

ไม่กินอาหารระหว่างตี 1 ถึง ตี 3 เพราะเป็นเวลาที่ตับต้องขับสารพิษ ถ้ากินอาหารเวลานี้ ตับจะไม่ได้ทำหน้าที่หลัก คือ การขับสารพิษออกจากร่างกาย

"ถึงจะบำรุงอะไร แต่ถ้าสารพิษตกค้างอยู่ในร่างกาย ก็ไม่เกิดประโยชน์"

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น